ไมเคิล โอเว่น (Michael Owen): ตำนานกองหน้าของลิเวอร์พูล

ไมเคิล โอเว่น (Michael Owen) คือหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของลิเวอร์พูลและทีมชาติอังกฤษ เขาเป็นกองหน้าที่มีความเร็วสูง จบสกอร์เฉียบขาด และสามารถสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างน่าทึ่ง ชื่อของเขากลายเป็นที่รู้จักทั่วโลกจากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมในช่วงปลายทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับเส้นทางอาชีพของโอเว่น ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวันที่เขากลายเป็นตำนานของวงการฟุตบอล
ชีวิตในวัยเด็กและการเข้าร่วมลิเวอร์พูล
ไมเคิล เจมส์ โอเว่น (Michael James Owen) เกิดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 1979 ที่เมืองเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เขามีพรสวรรค์ด้านฟุตบอลตั้งแต่เด็ก และได้รับการฝึกฝนจากพ่อของเขาซึ่งเป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพ
โอเว่นเข้าร่วมอะคาเดมีของลิเวอร์พูลตั้งแต่อายุ 11 ปี และพัฒนาฝีเท้าอย่างรวดเร็ว เขาทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำในระดับเยาวชน จนได้รับการโปรโมตขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 1996
การแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูล
ฤดูกาลแรก (1996-97)
โอเว่นเปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลเมื่ออายุเพียง 17 ปี โดยลงสนามนัดแรกในเกมพบกับวิมเบิลดันในเดือนพฤษภาคม 1997 และสามารถทำประตูได้ทันที นี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะกลายเป็นดาวเด่นในอนาคต
ความเป็นซูเปอร์สตาร์ (1997-2002)
ในฤดูกาล 1997-98 โอเว่นก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของลิเวอร์พูลหลังจากที่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ได้รับบาดเจ็บ เขายิงไป 18 ประตู และคว้ารางวัล ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก (Golden Boot) ร่วมกับ คริส ซัตตัน และ ดิโอน ดับลิน
โอเว่นมีจุดเด่นที่ความเร็วสูง จบสกอร์เฉียบขาด และสามารถหลบกองหลังคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลลิเวอร์พูลอย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่กับลิเวอร์พูล
ทริปเปิลแชมป์ (2000-01)
ฤดูกาล 2000-01 เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโอเว่น เขามีส่วนสำคัญในการช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้า 3 แชมป์ใหญ่ ได้แก่
- ลีกคัพ
- เอฟเอคัพ (โดยเขายิง 2 ประตูในรอบชิงชนะเลิศกับอาร์เซนอล)
- ยูฟ่า คัพ
ฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของโอเว่นในปีนั้นทำให้เขาคว้ารางวัล บัลลงดอร์ (Ballon d’Or) ในปี 2001 ซึ่งเป็นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลก และเป็นผู้เล่นจากลิเวอร์พูลคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้
ฤดูกาลสุดท้ายกับลิเวอร์พูล (2003-04)
โอเว่นยังคงเป็นดาวยิงหลักของลิเวอร์พูล แต่ทีมเริ่มประสบปัญหาในการแข่งขันระดับสูง และเมื่อสัญญาของเขาใกล้หมดลง เขาตัดสินใจย้ายออกจากทีมในปี 2004
การย้ายไปเรอัล มาดริด
ในปี 2004 ไมเคิล โอเว่น ย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวประมาณ 8 ล้านปอนด์ แต่เขาไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้เนื่องจากการแข่งขันภายในทีมที่สูงมาก อย่างไรก็ตาม เขายังสามารถยิงประตูสำคัญให้ทีมและได้รับความเคารพจากแฟนบอล
หลังจากอยู่กับเรอัล มาดริดได้เพียงปีเดียว โอเว่นตัดสินใจกลับสู่พรีเมียร์ลีก โดยย้ายไปร่วมทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในปี 2005
ช่วงปลายอาชีพและการแขวนสตั๊ด
ช่วงเวลาที่ยากลำบากกับนิวคาสเซิล (2005-2009)
โอเว่นประสบปัญหาอาการบาดเจ็บบ่อยครั้ง และไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้เหมือนสมัยที่เล่นกับลิเวอร์พูล แม้จะทำประตูให้ทีมได้เรื่อย ๆ แต่เขาไม่สามารถช่วยให้นิวคาสเซิลประสบความสำเร็จได้มากนัก
ร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2009-2012)
ในปี 2009 โอเว่นสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลเมื่อเขาย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นตัวหลักของทีม แต่ก็สามารถทำประตูสำคัญได้ เช่น ประตูชัยในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้
เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาล 2010-11 ซึ่งเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกของเขา
ช่วงสุดท้ายกับสโต๊ค ซิตี้ และการรีไทร์
หลังจากออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โอเว่นย้ายไปร่วมทีม สโต๊ค ซิตี้ ในปี 2012 แต่ไม่ได้ลงสนามมากนัก ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2013
สไตล์การเล่นและจุดเด่น
ไมเคิล โอเว่น เป็นกองหน้าที่มีความสามารถรอบด้าน จุดเด่นของเขาคือ:
- ความเร็วและการเคลื่อนที่ – เขาสามารถวิ่งตัดแนวรับและจบสกอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม
- การจบสกอร์เฉียบขาด – โอเว่นเป็นกองหน้าที่มีความเยือกเย็นหน้าปากประตู
- ความสามารถในการเล่นเกมใหญ่ – เขามักจะยิงประตูสำคัญให้กับทีม
เกียรติประวัติ
แชมป์กับลิเวอร์พูล
- เอฟเอ คัพ: 1 สมัย (2000-01)
- ลีก คัพ: 2 สมัย (2000-01, 2002-03)
- ยูฟ่า คัพ: 1 สมัย (2000-01)
- ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ: 1 สมัย (2001)
แชมป์กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
- พรีเมียร์ลีก: 1 สมัย (2010-11)
รางวัลส่วนตัว
- บัลลงดอร์: 2001
- ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก: 1997-98, 1998-99
- นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ: 1997-98
บทสรุป
ไมเคิล โอเว่น คือหนึ่งในกองหน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดของลิเวอร์พูลและทีมชาติอังกฤษ แม้ว่าช่วงปลายอาชีพของเขาจะไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าช่วงแรก แต่เขายังคงเป็นที่จดจำในฐานะ หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของลิเวอร์พูลในยุคพรีเมียร์ลีก
ปัจจุบันโอเว่นทำงานเป็นนักวิเคราะห์ฟุตบอลและมีบทบาทในวงการฟุตบอลอยู่เสมอ แฟนบอลลิเวอร์พูลยังคงจดจำเขาในฐานะ “Wonder Boy” ผู้เคยสร้างความมหัศจรรย์ให้กับสนามแอนฟิลด์