เมษายน 5, 2025

ประวัติสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

 ประวัติสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

ประวัติลิเวอร์พูล

จุดเริ่มต้นของสโมสร (1892-1919)

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (Liverpool F.C.) ก่อตั้งขึ้นในปี 1892 โดย จอห์น โฮลดิง (John Houlding) อดีตประธานสโมสรเอฟเวอร์ตัน หลังจากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าเช่าของสนามแอนฟิลด์ ทำให้เขาตัดสินใจแยกตัวออกมาและก่อตั้งสโมสรใหม่ในชื่อ Liverpool Football Club ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของหนึ่งในทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์

ลิเวอร์พูลเริ่มต้นการแข่งขันใน Lancashire League ก่อนจะเข้าร่วม Football League Second Division ในปี 1893 และสามารถเลื่อนชั้นสู่ First Division ได้อย่างรวดเร็วในปี 1896 สโมสรคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกใน ฤดูกาล 1900-01 และอีกครั้งใน ฤดูกาล 1905-06

ประวัติลิเวอร์พูล

ยุคก่อนสงครามโลก (1920-1959)

ในช่วงทศวรรษที่ 1920 ลิเวอร์พูลสามารถคว้าแชมป์ลีกติดต่อกันได้ใน ฤดูกาล 1921-22 และ 1922-23 แต่หลังจากนั้น สโมสรต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากและไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้อีกจนถึงช่วงปี 1940-50

สงครามโลกครั้งที่สองส่งผลกระทบอย่างมากต่อวงการฟุตบอล และลิเวอร์พูลก็ไม่สามารถกลับมาเป็นทีมชั้นนำได้จนกระทั่งช่วงปลายทศวรรษที่ 1950 ที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้น

ยุคของบิลล์ แชงคลีย์ (1959-1974) – วางรากฐานสู่ความยิ่งใหญ่

ปี 1959 สโมสรได้แต่งตั้ง บิลล์ แชงคลีย์ (Bill Shankly) เป็นผู้จัดการทีม และนี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ แชงคลีย์เข้ามาปรับปรุงโครงสร้างของสโมสรทั้งหมด เปลี่ยนห้องแต่งตัวให้เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ และพัฒนาระบบการเล่นที่แข็งแกร่งขึ้น

ในปี 1962 ลิเวอร์พูลเลื่อนชั้นกลับสู่ First Division และสามารถคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 1963-64 ตามมาด้วย แชมป์ FA Cup ในปี 1965 ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร นอกจากนี้ สโมสรยังคว้าแชมป์ลีกอีกครั้งในปี 1965-66

แชงคลีย์สร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่โดยมีนักเตะชื่อดังอย่าง เอียน เซนต์จอห์น, โรเจอร์ ฮันท์ และ ทอมมี่ สมิธ ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับ บ็อบ เพสลีย์ ในปี 1974

ยุคทองของบ็อบ เพสลีย์ และยุคดัลกลิช (1974-1991)

บ็อบ เพสลีย์ (Bob Paisley) เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อจากแชงคลีย์ และพาลิเวอร์พูลเข้าสู่ยุคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด สโมสรคว้าแชมป์ลีก 6 สมัย และ ยูโรเปียน คัพ 3 สมัย ในช่วงที่เขาคุมทีม (1976-1983)

ทีมชุดนี้มีนักเตะระดับตำนานอย่าง เคนนี่ ดัลกลิช, แกรม ซูเนสส์, อลัน แฮนเซ่น และ ฟิล นีล ที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป

หลังจากที่เพสลีย์วางมือ โจ ฟาแกน (Joe Fagan) และต่อมาคือ เคนนี่ ดัลกลิช (Kenny Dalglish) ก็เข้ามาสานต่อความสำเร็จ ดัลกลิชนำทีมคว้าแชมป์ลีก 3 สมัย และ ดับเบิลแชมป์ (ลีก + เอฟเอคัพ) ในปี 1985-86

โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโรห์และช่วงตกต่ำ (1991-2000)

ปี 1989 สโมสรต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรม ฮิลส์โบโรห์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 96 คน ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสโมสร และในช่วงทศวรรษที่ 1990 ลิเวอร์พูลเริ่มสูญเสียความเป็นจ่าฝูงของลีกให้กับทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอาร์เซนอล

ลิเวอร์พูลพยายามฟื้นตัวแต่ก็ไม่สามารถกลับไปครองแชมป์ลีกได้ มีเพียงแชมป์บอลถ้วย เช่น FA Cup ปี 1992 และ League Cup ปี 1995 ที่ช่วยปลอบใจแฟนบอล

ยุคของราฟาเอล เบนิเตซ และแชมป์ยุโรป (2000-2010)

ในปี 2004 ลิเวอร์พูลแต่งตั้ง ราฟาเอล เบนิเตซ เป็นผู้จัดการทีม และเขาพาสโมสรกลับสู่เวทีสูงสุดของยุโรปได้สำเร็จด้วยการคว้า ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2004-05 ในเกมที่ลิเวอร์พูลพลิกนรกกลับมาเอาชนะเอซี มิลาน ในนัดชิงชนะเลิศที่อิสตันบูล ซึ่งเป็นหนึ่งในแมตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล

นอกจากนั้น ลิเวอร์พูลยังคว้าแชมป์ FA Cup ปี 2006 และเข้าชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกอีกครั้งในปี 2007

ยุคเยอร์เก้น คล็อปป์ และการกลับสู่ความยิ่งใหญ่ (2015-ปัจจุบัน)

ปี 2015 สโมสรแต่งตั้ง เยอร์เก้น คล็อปป์ เป็นผู้จัดการทีม และนี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ คล็อปป์สร้างทีมที่แข็งแกร่งและมีเอกลักษณ์ ด้วยระบบการเล่นแบบ “เกเก้นเพรสซิ่ง” และการซื้อนักเตะที่ยอดเยี่ยมอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ อลิสซอน เบ็คเกอร์

ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2018-19 และ พรีเมียร์ลีก 2019-20 ซึ่งถือเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีของสโมสร นอกจากนี้ยังคว้า เอฟเอคัพ, ลีกคัพ และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ในปี 2022

อนาคตของลิเวอร์พูล

ปัจจุบัน ลิเวอร์พูลยังคงเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป และกำลังพยายามคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงผู้เล่นและการบริหารทีมอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสำเร็จของสโมสร

ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเต็มไปด้วยความสำเร็จ สโมสรผ่านช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ก็ยังคงเป็นทีมที่มีฐานแฟนบอลทั่วโลกและเป็นหนึ่งในสโมสรที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ไม่ว่าลิเวอร์พูลจะเผชิญกับอะไรในอนาคต พวกเขาจะยังคงเป็น “หงส์แดง” ที่ยิ่งใหญ่เสมอ