13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง จัดอันดับโดย UFA.WIKI

13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง

13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง ตลาดนักเตะบางครั้งก็เหมือนกับการเสี่ยงดวง หากคุณได้นักเตะที่ลงล็อคกับทีมเข้ามาเสริมทัพก็อาจยกระดับทีมได้ หากไม่เป็นอย่างนั้นก็อาจเป็นลงทุนที่สูญเปล่า ไม่เว้นแม้แต่ นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ การย้ายทีมของพวกเขาไม่ได้การันตรีว่าจะทำให้ต้นสังกัดใหม่ดีขึ้นอย่างที่แฟนบอลคาดหวัง 

UFA.WIKI จะมานำเสนอ 13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง มาให้ท่านผู้อ่านได้หาข้อมูลกัน

13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มการเล่นพัง กับการเล่นที่ไม่คุ้มกับค่าจ้างจึงทำให้แฟนบอลเกิดความไม่พอใจ

นี่คือ 13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง ที่แฟนบอลผิดหวังเมื่อพวกเขามาร่วมทีม เพราะฟอร์มการเล่นของพวกเขาในตอนนั้นผิดฟอร์มต่างไปจากค่าตัวที่เขาควรได้รับ วันนี้ยูฟ่า.วิกิ จะมาจัดอันดับ 13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง

13. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช : อินเตอร์ มิลานบาร์เซโลนา (2009)

บาร์เซโลนา ไม่เพียงจ่ายเงินให้ อินเตอร์ มิลาน 69.5 ล้านยูโร พวกเขายังมอบ ซามูเอล เอโต้ ให้กับทีมงูใหญ่เป็นเงื่อนไขในดีลครั้งนี้ด้วยอย่างไรก็ตามดาวยิงชาวสวีดิชทำไปเพียง 21 ประตูรวมทุกรายการ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือของอาซูลกรานาในเวลานั้น จนแฟนบอลบาร์ซ่ายกให้เขาเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ผิดพลาดที่สุด

13ดีลค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง

12. โรเมลู ลูกากู : เอฟเวอร์ตันแมนฯยูไนเต็ด (2017)

ลูกากู ย้ายมาอยู่กับ แมนฯยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวถึง 75 ล้านปอนด์ ขณะที่บรรดา เร้ด อาร์มี่ มองว่านี่คือหัวหอกตัวเป้าที่พวกเขาตามหามานาน อย่างไรก็ตามความจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น ดาวยิงชาวเบลเยียมมองว่าตัวเองได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดีจากสโมสร ขณะที่แฟนบอลรวมถึง แกรี เนวิลล์ ตำนานของสโมสรมองว่าเขาไม่ฟิตพอและฝีเท้าไม่ดีพอจะเป็นหัวหอกตัวหลักของทีม จนในที่สุดเขาต้องย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน แบบที่สาวกไม่รู้สึกเสียดายสักเท่าไหร่

13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง

11. เกปา อาร์ริซาบาลาก้า : แอตเลติค บิลเบาเชลซี (2018)

เกปา ย้ายมาอยู่กับ เชลซี ด้วยค่าตัว 72 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติโลกของตำแหน่งผู้รักษาประตูเวลานั้น แต่ปัจจุบันเขาเป็นสำรองของ เอดูอาร์ เมนดี้ ที่มีค่าตัวไม่ถึงหนึ่งในสามของเขา จอมหนึบชาวสเปนเปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงแรก ก่อนที่ฟอร์มจะดร็อปลงเรื่อยๆอย่างน่าใจหาย ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเขาจะอำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงซัมเมอร์นี้

13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง

10. อัลบาโร โมราต้า : เรอัล มาดริดเชลซี (2017)

โมราต้า ทำไป 15 ประตูในลาลีกาฤดูกาล 2016-17 ทำให้ เชลซี ยอมทุ่มเงินกว่า 60 ล้านปอนด์ดึงเขามาร่วมทีมพร้อมกับความคาดหวังที่สูงมากจากแฟนบอล อย่างไรก็ตามหัวหอกชาวสเปนทำได้เพียง 16 ประตูในพรีเมียร์ลีกตลอดระยะเวลา 18 เดือนกับทีมสิงห์บลูและมีปัญหาเรื่องการปรับตัว จนเมื่อเดือนมกราคมปี 2019 สโมสรตัดสินใจปล่อยให้ แอตฯมาดริด ยืมตัวและย้ายทีมถาวรในเวลาต่อมา

13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง

9. นิโคลัส เปเป้ : ลีลล์อาร์เซนอล (2019)

เปเป้ ทำได้เพียง 1 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับบรรดาดาวรุ่งในทีม อาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 72 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นสถิติของสโมสร เราจึงพูดได้ไม่ขัดเขินนักว่าเขาเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าของไอ้ปืนใหญ่

13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง

8. ฮาเมส โรดริเกวซ : โมนาโกเรอัล มาดริด (2014)

ฤดูกาลแรกของ ฮาเมส กับ เรอัล มาดริด จบด้วยการทำไป 17 ประตูรวมทุกรายการ ซึ่งถือว่าน่าพอใจ แต่ในปี 2016 การเข้ามาคุมทัพของ ซีเนดีน ซีดาน กลับกลายเป็นฝันร้ายจอมจอมทัพชาวโคลอมเบีย ฮาเมส ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนักภายใต้การคุมทัพของกุนซือชาวฝรั่งเศส จนถูกปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัว และการเซ็นสัญญามูลค่า 80 ล้านยูโร ก็หายไปแบบเปล่าประโยชน์

13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง

7. โรเมลู ลูกากู : อินเตอร์ มิลานเชลซี (2021)

ลูกากู ให้สัมภาษณ์ตอนย้ายจาก อินเตอร์ มิลาน กลับมาอยู่ เชลซี ว่ากลับมาเพื่อสานต่อภารกิจที่ยังทำไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตามทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคาดหวัง สถิติ 15 ประตูจาก 44 นัดในฤดูกาล 2021-22 ถือว่าค่อนข้างน่าผิดหวัง เมื่อสโมสรต้องจ่ายค่าตัวของเขาไปถึง 97.5 ล้านปอนด์ นอกจากนี้ดาวยิงชาวเบลเยียมยังสร้างปัญหาให้ตัวเองเมื่อออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงกลางฤดูกาลว่าอยากกลับอยู่กับทีมงูใหญ่ รวมถงวิจารณ์แท็คติกของ โธมัส ทูเคิล ซึ่งมีผลทำให้เขาไม่ได้รับความไว้ใจจากโค้ชและเพื่อนร่วมทีม

13ค่าตัวแพงแต่ฟอร์มพัง

6. แฮร์รี แม็คไกวร์ : เลสเตอร์แมนฯยูไนเต็ด (2019)

แม็คไกวร์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีสุดในพรีเมียร์ลีกสมัยที่ยังค้าแข้งกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งแม้แต่ เป็ป กวาร์ดิโอลา ยังต้องการได้ตัวเขาไปร่วมทีมเมื่อปี 2019 อย่างไรก็ตาม แม็คไกวร์ ตัดสินใจเลือก แมนฯยูไนเต็ด แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจนถึงตอนนี้เขายังโชว์ฟอร์มได้ไม่คุ้มค่าตัว 80 ล้านปอนด์แม้แต่น้อย

5. เอเด็น อาซาร์ : เชลซี เรอัล มาดริด (2019)

เอเด็น อาซาร์ คือหนึ่งในนักเตะที่ดีสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ดังนั้นการย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด จึงได้รับการจับตามองและถูกพูดถึงอย่างมาก อย่างไรก็ตามเขาเจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างหนัก แม้จะมีแชมป์ติดมืออยู่บ้าง รวมถึงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลล่าสุด แต่เขามีส่วนร่วมกับทีมน้อยมาก

4. ปอล ป็อกบา : ยูเวนตุสแมนฯยูไนเต็ด (2016)

แมนฯยูไนเต็ด เสีย ปอล ป็อกบา ให้กับ ยูเวนตุส แบบไร้ค่าตัวเมื่อปี 2012 และสิบปีผ่านไปพวกเขาต้องเจอเรื่องแบบเดิมอีกครั้ง ค่าตัว 89.5 ล้านปอนด์ กับแชมป์ยูโรป้าลีกหนึ่งสมัยดูเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่านัก ไม่มีใครปฏิเสธว่าเขามีฝีเท้าอันยอดเยี่ยมและเหนือชั้น แต่กลับทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอและเจอปัญหาอาการบาดเจ็บร่วมงานบ่อยครั้งในระยะหลัง ก่อนที่จะอำลาทีมแบบไร้ค่าตัวอีกครั้ง

3. อุสมาเน เดมเบเล : ดอร์ทมุนด์บาร์เซโลนา (2017)

การย้ายทีมของ เนย์มาร์ ทำให้ บาร์เซโลนา ต้องมองหาตัวแทน และพวกเขาตัดสินใจทุ่มเงิน 105 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัว อุสมาเน เดมเบเล แนวรุกฟอร์มแรงของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม เดมเบเล มีปัญหาเรื่องวินัยและอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง แม้จะเริ่มผลงานดีขึ้นหลังการเข้ามาคุมทีมของ ชาบี เอร์นันเดซ แต่เจ้าตัวอาจไม่ได้อยู่กับอาซูลกรานาในฤดูกาลหน้า

2. อองตวน กรีซมันน์ : แอตฯมาดริดบาร์เซโลนา (2019)

กรีซมันน์ เป็นหนึ่งในกองหน้าที่เนื้อหอมที่สุดของยุโรป ก่อนจะเป็น บาร์เซโลนา ที่ทุ่มเงินกว่า 100 ล้านยูโร ดึงตัวเขามาร่วมทีมเมื่อปี 2019 ไม่มีใครปฏิเสธเรื่องฝีเท้าของเขา แต่ดูเหมือนว่าเคมีของ กรีซมันน์ กับ บาร์ซา ดูจะไม่เข้ากัน จนต้องถูกปล่อยให้ แอตฯมาดริด ต้นสังกัดเก่ายืมตัว แบบที่แฟนบอลอาซูลกรานาไม่รู้สึกเสียดายมากนัก

1. ฟิลิปป์ คูตินโญ : ลิเวอร์พูลบาร์เซโลนา (2018)

หนึ่งในการย้ายทีมที่สำคัญสุดของ ลิเวอร์พูล ขณะเดียวกันก็เป็นการเซ็นสัญญาที่แย่สุดของ บาร์เซโลนา ด้วย อาซูลกรานา ยอมจ่ายค่าตัว 120 ล้านยูโร บวกกับโบนัสอีก 40 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัว คูตินโญ มาร่วมทีม แต่กลับไม่มีผลงานเป็นที่จดจำของแฟนบอลและไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมได้จนถูกปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค และ แอสตัน วิลลา ยืมตัว หลังจากพยายามหาทางปล่อยตัวแนวรุกชาวแซมบ้ารายนี้มาหลายปี ในที่สุดบาร์ซ่าต้องปล่อยให้ วิลลา ในราคาเพียง 20 ล้านยูโร จนทำให้ คูตินโญ ถูกแฟนบอลยกให้เป็นการเซ็นสัญญาที่แย่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

5/5