เมษายน 4, 2025

ประวัติสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากทีมเล็กสู่การครองความยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอล

 ประวัติสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากทีมเล็กสู่การครองความยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอล

แมนซิตี้ (Manchester City Football Club) เป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทีมที่มีถิ่นฐานอยู่ในเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีความสำคัญในวงการฟุตบอลโลก ตั้งแต่การต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในลีกจนถึงการครองแชมป์พรีเมียร์ลีกและการได้รับความสำเร็จในเวทียุโรป ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด แต่ได้รับการพัฒนาและสร้างรากฐานมาหลายทศวรรษ

ทีมแมน ซิตี้

ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปสำรวจประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตั้งแต่การก่อตั้งจนถึงยุคทองของทีมในปัจจุบัน และการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมระดับโลกที่เราเห็นในวันนี้

1. การก่อตั้งและยุคแรก (1894 – 1950s)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1880 โดยชื่อเดิมของทีมคือ “St. Mark’s” ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองแมนเชสเตอร์ สโมสรได้รับการก่อตั้งโดยกลุ่มคนงานที่มีความสนใจในฟุตบอล จากนั้นในปี 1894 สโมสรได้เปลี่ยนชื่อเป็น “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” หลังจากการรวมตัวกันของหลายทีมในท้องถิ่น

ในปี 1904 ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาและการเติบโตของทีม ในช่วงยุคแรกของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายในลีกสูงสุด แต่ก็ยังคงมีความสามารถในการแข่งขันในระดับที่สูง

ในช่วงทศวรรษที่ 1930 ทีมได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งในวงการฟุตบอลอังกฤษ โดยการคว้าแชมป์ ลีก ดิวิชั่น 1 และถ้วยรางวัลต่างๆ แม้จะไม่ใช่ทีมที่คว้าแชมป์ใหญ่ในยุคนี้ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็ยังเป็นที่รู้จักในฐานะทีมที่มีศักยภาพและมีแฟนบอลที่รักและเชื่อมั่นในทีม

2. ยุคทองแรก: การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและถ้วยรางวัล (1960s – 1970s)

ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 และ 1970 ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้เข้าสู่ยุคทองของสโมสร ทีมได้เปลี่ยนโฉมจากทีมที่ไม่สามารถครองแชมป์ใหญ่มาเป็นทีมที่สามารถคว้าชัยชนะในลีกและฟุตบอลถ้วยที่สำคัญๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การคุมทีมของ โจ ฮาร์วีย์ (Joe Harvey) และ มานูเอล เปเยกรินี (Manuel Pellegrini) ทีมสามารถคว้าแชมป์ได้หลายรายการ โดยเฉพาะในปี 1968 ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาคว้า แชมป์ลีกดิวิชั่น 1 (ในตอนนั้นยังเป็นชื่อเดิมของพรีเมียร์ลีก)

นอกจากนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ยังคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ในปี 1969 และ ถ้วยคัพ ในปี 1970 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นการสร้างทีมที่แข็งแกร่งในระดับชาติ ทีมยังคงรักษาผลงานที่ดีในลีกอังกฤษและในทัวร์นาเมนต์ระดับทวีปยุโรป

ในยุคนี้ทีมมีนักเตะระดับโลก เช่น เซอร์เกย์ จอร์จ (George Best) และ ลี บูธ (Lee Booth) ที่ช่วยเสริมทัพและนำทีมไปสู่ความสำเร็จ

3. ช่วงเวลาที่ท้าทาย (1980s – 1990s)

หลังจากยุคทองในทศวรรษ 1970 แมนเชสเตอร์ ซิตี้เข้าสู่ช่วงเวลาที่ยากลำบากในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990 สโมสรประสบปัญหาทั้งในด้านการเงินและการขาดความสามารถในการแข่งขันในลีกสูงสุดของอังกฤษ

ทีมต้องเผชิญกับปัญหาหลายอย่างทั้งในแง่ของการคุมทีมและการลงทุนในการพัฒนาทีม แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมหลายครั้ง แต่ทีมก็ยังคงไม่สามารถคว้าผลการแข่งขันที่ดีได้ และในปี 1996 ทีมต้องตกชั้นไปเล่นใน ดิวิชั่น 1 (ปัจจุบันคือแชมเปี้ยนชิพ) ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร

ในช่วงเวลานี้ ทีมยังคงมีแฟนบอลที่ภักดีแต่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดในลีก ทำให้การกลับมาสู่ลีกสูงสุดของทีมในช่วงปลายทศวรรษ 1990 เป็นการก้าวขึ้นสู่การเติบโตใหม่

4. การปฏิวัติยุคใหม่: การลงทุนและการพัฒนาภายใต้เจ้าของใหม่ (2000s – ปัจจุบัน)

จุดเปลี่ยนที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้เกิดขึ้นในปี 2008 เมื่อ กลุ่มทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เข้ามาซื้อกิจการของทีม ทำให้สโมสรได้รับการลงทุนอย่างมหาศาลและสามารถเสริมทัพนักเตะชั้นนำระดับโลก

การปฏิวัติของแมนเชสเตอร์ ซิตี้เริ่มต้นจากการคัดเลือก มานูเอล เปเยกรินี (Manuel Pellegrini) เข้ามาคุมทีมในปี 2013 ซึ่งทีมเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก โดยการเสริมทัพนักเตะระดับโลก เช่น เซร์คิโอ อเกวโร่ (Sergio Agüero), ยาย่า ตูเร่ (Yaya Touré) และ ดาวิด ซิลบา (David Silva)

ในปี 2012 แมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 44 ปี ซึ่งเป็นชัยชนะที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลทั่วโลก และในปี 2014 ทีมก็สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

ยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) ที่เข้ามาคุมทีมในปี 2016 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลาได้นำทีมสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และสร้างสรรค์สไตล์การเล่นที่คุ้นเคยกับแฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะการเล่นที่เน้นการครองบอลและเกมรุกที่มีประสิทธิภาพ

ในปี 2018 แมนเชสเตอร์ ซิตี้สามารถทำสถิติใหม่ในพรีเมียร์ลีก โดยคว้าแชมป์ได้ถึง 100 คะแนน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของลีกอังกฤษ นอกจากนี้ ทีมยังสามารถคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ และ ลีกคัพ ได้ในปีเดียวกัน ทำให้พวกเขาได้รับความยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

5. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในยุคปัจจุบัน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ยังคงรักษาความสำเร็จในระดับชาติและยุโรป ภายใต้การนำของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ทีมยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่งและได้รับการยอมรับจากแฟนบอลทั่วโลก ทีมยังมีนักเตะระดับโลกหลายคนเช่น เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง, ฟิล โฟเด้น, และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ซึ่งเป็นขุมกำลังที่สามารถทำให้ทีมคงอยู่ในระดับท็อปของโลกได้

การคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ยังเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทีมยังต้องการประสบความสำเร็จ โดยการผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศในปี 2021 ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นทีมที่สามารถท้าทายการคว้าแชมป์ทวีปยุโรปได้

สรุป

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้เดินทางผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ตั้งแต่การก่อตั้งจนถึงการกลับมาครองแชมป์พรีเมียร์ลีกและท้าทายการคว้าแชมป์ทวีปยุโรปในยุคปัจจุบัน ด้วยการสนับสนุนจากเจ้าของทีมที่มีความพร้อมทางการเงิน และการนำของผู้จัดการทีมที่มีความสามารถสูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้กลายเป็นทีมที่มีความสำคัญในวงการฟุตบอลโลกและสร้างฐานแฟนบอลที่ภักดีจากทั่วโลก